• ศาสตราจารย์อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แจ้งว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)กำหนดจะจัด “โครงการยกย่องเชิดชูเกียรติสมาคม มูลนิธิที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม”ประจำปี ๒๕๕๔ Keep reading…

    Top
  • ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม แจ้งว่า “ในวันอาทิตย์ที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ นี้ จะมีกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ
    Keep reading…

    Top
  • Click for details

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกราบบังคมทูลถวายถวายพระพรชัยมงคล พร้อมด้วยนายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการของกระทรวงเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

    Top
  • Click for details

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำ ๙ ศิลปินพื้นบ้านในภาพแห่งความทรงจำ ในกิจกรรมตามหาศิลปินพื้นบ้าน ในแผ่นดินของเรา ที่ได้มีโอกาสแสดงผลงานต่อหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าถวายพานพุ่มและลงนามถวายพระพร ที่ศาลา ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓

    Top
  • Click for details

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว ๙ ศิลปินพื้นบ้าน บุคคลในภาพแห่งความทรงจำในแผ่นดินของเรา ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น ๒๒ อาคารอัมรินทร์พลาซ่า เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓

    Top
  • Click for details

    นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานมอบรางวัล “วันนักกลอน” ประจำปี ๒๕๕๓ ให้กับ นายสถาพร ศรีสัจจัง นักกลอนตัวอย่าง นายสันติ ชนะเลิศ, นายสิทธิชัย เรือแก้ว, นายสมหวัง แก้วบท, นายอำนวย ชำนาญ, นายบุรินทร์ ชินธเนศ, นายสมคิด สิงสง และนายอารมณ์ โจมฤทธิ์ นักกลอนดีเด่น ในวันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

    Top
  • Click for details

    เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ที่โรงละครแห่งชาติ นางสาวจันทร์สุดา รักษ์พลเมือง กล่าวในงานคอนเสิร์ตเพลงรักแห่งกาลเวลาว่า บทเพลงไทยสากลในอดีต หรือที่เรียกกันว่า เพลงไทย ลูกกรุง เป็นวัฒนธรรมของไทยที่  สืบทอดมาอย่างยาวนาน Keep reading…

    Top
  • รำวง

    Posted on ธันวาคม 14 2010 by admin in ข่าวสาร, บทความ with 0 comments

    Click for details

    รำวง เป็นการรำชนิดหนึ่ง ที่ปรับปรุงขึ้นจากรำโทน สมัยหนึ่งนิยมเป็นการละเล่นรื่นเริงประจำฤดูกาลของไทยภาคกลางเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบรำโทน มีฉิ่ง กรับและโทน และเรียกชื่อรำโทนตามจังหวะหน้า
    ทับเครื่องดนตรีโทน ประพันธ์คำร้องเป็นบทเพลงประกอบเข้าจังหวะโทน

    คณะรัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตระหนักถึงการที่จะปรับการเต้นรำพื้นเมืองชนิดนี้ ให้เป็นการละเล่นรื่นเริงประจำชาติ จึงได้มอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงเป็นมาตรฐาน เมื่อ
    พ.ศ. 2487 และเรียกชื่อใหม่ว่า รำวงมาตรฐาน

    ที่มา : http://cdare.bpi.ac.th

    Top
  • โขน

    Posted on มกราคม 6 2010 by admin in ข่าวสาร, บทความ with 0 comments

    Click for details

    โขน (อังกฤษ: Khon) เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่ให้เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละครแต่เรียกว่าโขนแทน[3] มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา[4] จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการกล่าวถึงการแสดงโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ[5]

    โขนเป็นจุดศูนย์รวมของศิลปะหลากหลายแขนง โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง[6] ในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็น สร้างตามลักษณะของตัวละครนั้น ๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิดทอง ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่าหน้าโขน

    ในสมัยโบราณ ตัวพระและตัวเทวดาต่างสวมหัวโขนในการแสดง ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องสวมหัวโขน คงใช้ใบหน้าจริงเช่นเดียวกับละคร แต่งกายแบบเดียวกับละครใน เครื่องแต่งกายของตัวพระและตัวยักษ์ในสมัยโบราณมักมีสองสี คือสีหนึ่งเป็นสีเสื้อ อีกสีหนึ่งเป็นสีแขนโดยสมมุติแทนเกราะ ส่วนเครื่องแต่งกายตัวลิงจะเป็นลายวงทักษิณาวรรต โดยสมมุติเป็นขนของลิงหรือหมี ดำเนินเรื่องด้วยการกล่าวคำนำเล่าเรื่องเป็นทำนองเรียกว่าพากย์อย่างหนึ่ง กับเจรจาเป็นทำนองอย่างหนึ่ง ใช้กาพย์ยานีและกาพย์ฉบัง[7] โดยมีผู้ให้เสียงแทนเรียกว่าผู้พากย์และเจรจา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบการแสดง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์และอุณรุท

    ที่มา : วิกิพีเดีย

    Top