ยินดีต้อนรับสู่

ระบบฐานข้อมูลสมาคมมูลนิธิ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
Department of Cultural Promotion
กระทรวงวัฒนธรรม

รายชื่อสมาคมมูลนิธิ

ระบบฐานข้อมูลสมาคมมูลนิธิ

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจรับผิดชอบ ดูแล เกี่ยวกับเอกสารและข้อมูลต่างๆ ของสมาคมมูลนิธิ โดยการให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็ว

รวมภาพวัฒนธรรมไทย

  • ลอยกระทง

    วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา “มักจะ” ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ “กระทง” จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคาด้วย ที่มา : วิกิพีเดีย ภาพจาก : www.nokroo.com อ่านต่อ

  • รำวง

    รำวง เป็นการรำชนิดหนึ่ง ที่ปรับปรุงขึ้นจากรำโทน สมัยหนึ่งนิยมเป็นการละเล่นรื่นเริงประจำฤดูกาลของไทยภาคกลางเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบรำโทน มีฉิ่ง กรับและโทน และเรียกชื่อรำโทนตามจังหวะหน้า ทับเครื่องดนตรีโทน ประพันธ์คำร้องเป็นบทเพลงประกอบเข้าจังหวะโทน คณะรัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตระหนักถึงการที่จะปรับการเต้นรำพื้นเมืองชนิดนี้ ให้เป็นการละเล่นรื่นเริงประจำชาติ จึงได้มอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงเป็นมาตรฐาน เมื่อ พ.ศ. 2487 และเรียกชื่อใหม่ว่า รำวงมาตรฐาน ที่มา : http://cdare.bpi.ac.th อ่านต่อ

  • โขน

    โขน (อังกฤษ: Khon) เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่ให้เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละครแต่เรียกว่าโขนแทน[3] มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา[4] จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการกล่าวถึงการแสดงโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ[5] โขนเป็นจุดศูนย์รวมของศิลปะหลากหลายแขนง โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง[6] ในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็น สร้างตามลักษณะของตัวละครนั้น ๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิดทอง ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่าหน้าโขน ในสมัยโบราณ ตัวพระและตัวเทวดาต่างสวมหัวโขนในการแสดง ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องสวมหัวโขน คงใช้ใบหน้าจริงเช่นเดียวกับละคร แต่งกายแบบเดียวกับละครใน เครื่องแต่งกายของตัวพระและตัวยักษ์ในสมัยโบราณมักมีสองสี คือสีหนึ่งเป็นสีเสื้อ อีกสีหนึ่งเป็นสีแขนโดยสมมุติแทนเกราะ ส่วนเครื่องแต่งกายตัวลิงจะเป็นลายวงทักษิณาวรรต โดยสมมุติเป็นขนของลิงหรือหมี ดำเนินเรื่องด้วยการกล่าวคำนำเล่าเรื่องเป็นทำนองเรียกว่าพากย์อย่างหนึ่ง กับเจรจาเป็นทำนองอย่างหนึ่ง ใช้กาพย์ยานีและกาพย์ฉบัง[7] โดยมีผู้ให้เสียงแทนเรียกว่าผู้พากย์และเจรจา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบการแสดง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์และอุณรุท ที่มา : วิกิพีเดีย อ่านต่อ

ข่าวสาร

ส่งข้อความถึงเรา